เมื่อยุโรปต้องเลือก: จะ "พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ" หรือ "สร้างกล้ามเนื้อตัวเอง"?
ลองจินตนาการดูนะครับว่า ถ้าบ้านของคุณอยู่ในซอยที่อันตราย แล้วคุณต้องพึ่งพา "พี่ใหญ่" จากปากซอยมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้ตลอด แต่วันหนึ่งพี่ใหญ่เริ่มส่งสัญญาณว่า "ข้าอาจจะไม่ว่างมาดูแลแกบ่อยๆ แล้วนะ" สิ่งที่คุณจะทำคืออะไร? ระหว่างนั่งสวดภาวนา หรือรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านข้างๆ เพื่อจ้างยามมาดูแลกันเอง?
นี่คือสถานการณ์เป๊ะๆ ที่สหภาพยุโรป (EU) กำลังเจออยู่ครับ และล่าสุด โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ก็ออกมา "โยนหินถามทาง" ด้วยข้อเสนอสุดแรงที่ว่า "ถึงเวลาแล้วที่ยุโรปต้องมีกองทัพเป็นของตัวเอง"

ทำไมต้องตอนนี้? ยูเครนกำลังบอกอะไรเรา?
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ยุโรปนอนหลับฝันดีภายใต้ร่มเงาของ NATO (องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ) โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็น "มือปราบ" เบอร์หนึ่งที่คอยแบกค่าใช้จ่ายและกำลังพลส่วนใหญ่ไว้ แต่ความขัดแย้งในยูเครนที่ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเหมือน "นาฬิกาปลุก" ที่ดังสนั่นที่สุด
เซเลนสกีไม่ได้เสนอเรื่องนี้เล่นๆ แต่เขามองเห็นว่า:
ความไม่แน่นอนของอเมริกา: การเมืองในสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้าวันหนึ่งอเมริกาเกิดนโยบาย "ตัวใครตัวมัน" ยุโรปจะเหลืออะไร?
ภัยคุกคามที่ประชิดชายแดน: รัสเซียไม่ได้เป็นเพียงชื่อในหนังสือประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่คือความเป็นจริงที่ขยับเข้ามาใกล้บ้านพวกเขามากขึ้นทุกที
ความคล่องตัว: การรอคำสั่งหรือการอนุมัติจากฝั่งอเมริกาในบางครั้งอาจไม่ทันการ การมี "กองกำลังส่วนกลาง" ของยุโรปเองจะทำให้การตัดสินใจจบได้ที่หน้างาน
เจาะลึก "กองทัพยุโรป" ในฝัน (ที่อาจเป็นจริง)
คำว่า "กองทัพยุโรป" ฟังดูเหมือนหนังไซไฟ แต่มันคือการรวมทรัพยากรของประเทศสมาชิก EU ทั้งหมดมาไว้ที่จุดเดียว ลองนึกภาพกองกำลังที่ใช้มาตรฐานเดียวกัน อาวุธเหมือนกัน และฟังคำสั่งจากศูนย์กลางในกรุงบรัสเซลส์
บทความที่เกี่ยวข้องและแนะนำ:
- • จากผู้เขียนคนนี้: รัสเซียแบ่งปันข่าวกรองให้อิหร่าน เกมรุกสหรัฐในตะวันออกกลาง
- • บทความใหม่ล่าสุด: ASP STUDIO อาจยกเลิกการเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง YOUTUBE
- • บทความยอดนิยม: อีลอน มัสก์ เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่

