ฝนถล่มกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมงไม่หยุด! หลักสี่จมหนัก คลองรังสิตน้ำแตะขีดแดง ชัชชาติลงพื้นที่เร่งสูบ ลั่นยังคุมสถานการณ์ได้
.
ฝนที่กระหน่ำกรุงเทพฯ และภาคกลางต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้ทำให้หลายพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำแบบไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย โดยเขตหลักสี่กลายเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่คลองรังสิตซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการระบายน้ำของฝั่งตะวันออกกรุงเทพฯ ระดับน้ำได้ปรับตัวขึ้นมาแตะ "ขีดแดง" ซึ่งเป็นระดับเฝ้าระวังสูงสุดแล้ว สร้างความกังวลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่น้อย เพราะหากระดับน้ำยังไม่ลดลง อาจส่งผลกระทบลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้อีก
.
สถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ภาคตะวันออกก็เผชิญวิกฤติน้ำท่วมไม่ต่างกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาในหลายแนวรบพร้อมกัน ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมเร่งระดมเครื่องสูบน้ำเข้าไปยังจุดวิกฤติ เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังให้เร็วที่สุด และยืนยันกับประชาชนว่า สถานการณ์โดยรวมยัง "เอาอยู่" แม้จะต้องจับตาดูปริมาณฝนที่อาจตกลงมาเพิ่มอีกในระยะนี้

ผลพวงจากน้ำท่วมครั้งนี้เริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวันของคนกรุงในหลายมิติ ทั้งการจราจรที่ติดขัดหนักในถนนสายหลักและซอยที่มีน้ำท่วมขังสูง กทม. จึงต้องออกประกาศแจ้งเตือนห้ามรถเล็กสัญจรผ่านจุดที่มีระดับน้ำสูงเกินไป พร้อมเปิดเว็บไซต์เช็กเส้นทางน้ำท่วมให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ที่หนักกว่านั้นคือผลกระทบด้านสาธารณสุข เมื่อสถาบันโรคทรวงอกต้องประกาศขอให้ผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และมีนัดตรวจ เลื่อนวันนัดออกไปก่อนเนื่องจากน้ำท่วมเข้าพื้นที่
.
ในทางการเมือง สถานการณ์นี้ยังกลายเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านจับตา โดยหัวหน้าพรรคประชาชนได้ออกมาเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนให้ กทม. นำไปปรับใช้รับมือสถานการณ์ทันที สะท้อนว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กที่จะปล่อยผ่านไปได้ ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ฝนจะถล่มหนักในรอบนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนแล้วว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน ประเทศไทยจะเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก ก่อนลุกลามมาถึงภาคกลางและกรุงเทพฯ ตามที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้
.
แม้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ตัว คือน้ำทะเลหนุน น้ำเหนือจากเขื่อน และน้ำฝนสะสม ยังไม่รวมตัวกันมากพอจะทำให้เกิดมหาอุทกภัยแบบปี 2554 แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและจุดน้ำท่วมซ้ำซากอย่างที่เห็นในตอนนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะเจอน้ำท่วมขังหนักได้อีก โดยเฉพาะหากมีฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตรในบางพื้นที่ สถานการณ์จึงยังต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงวันสองวันข้างหน้า