OpenAI ปิด Sora และเดินออกจากดีลวิดีโอ AI มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับ Disney

OpenAI ประกาศยุติการให้บริการ Sora แพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์ ทั้งในฝั่งแอปสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับมืออาชีพ แม้จะเปิดตัวได้ไม่ถึงสองปีและเคยสร้างกระแสไวรัลในช่วงแรกก็ตาม การปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เก็บสินค้าออกจากชั้นวาง” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการยุติความร่วมมือด้านคอนเทนต์มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับ Disney ที่เพิ่งเซ็นไปเมื่อปลายปี 2025 ซึ่งเดิมออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอจากตัวละครลิขสิทธิ์ของ Disney ผ่าน Sora ได้โดยตรง[web:8][web:11]

แม้จะเดินออกจากสมรภูมิวิดีโอสาธารณะ แต่ทิศทางใหม่ของ OpenAI กลับชัดเจนและทะเยอทะยานกว่าเดิม ผู้บริหารเลือก “เบรกโปรเจกต์โชว์ของ” อย่าง Sora เพื่อหันไปโฟกัสผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้จริงและตอบโจทย์ตลาดองค์กร เตรียมความพร้อมสู่การเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีจำลองโลกและองค์ความรู้มหาศาลที่ใช้ฝึกโมเดลของ Sora จะไม่สูญเปล่า แต่จะถูกนำไปต่อยอดเป็นฐานสำคัญของหุ่นยนต์อัจฉริยะและ Agentic AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้เอง ตั้งแต่งานโปรแกรมมิ่งซับซ้อน ไปจนถึงการจัดการข้อมูลและควบคุมระบบแบ็กเอนด์ต่าง ๆ อย่างอัตโนมัติ[web:11][web:9][web:12]

แนวโน้มนี้สอดคล้องกับกระแสการสร้าง “AI Agent” ที่ไม่ได้เป็นแค่บอตตอบแชท แต่สามารถถือสิทธิ์จัดการทั้งเวิร์กโฟลว์ ตั้งค่าเครื่องมือ ทำงานข้ามแอป และรับผิดชอบงานระยะยาวได้เอง โดยมีมนุษย์เป็นเพียงผู้กำหนดเป้าหมายและเฝ้าตรวจสอบผลลัพธ์ ซึ่งสำหรับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง OpenAI แล้ว การวางเดิมพันระยะยาวบนชั้นโครงสร้างพื้นฐานแบบนี้อาจสร้างมูลค่าได้มากกว่าการแข่งขันในตลาดวิดีโอเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว[web:11][web:12]

alt="OpenAI Shuts Down Sora and Walks Away From Disney’s $1B AI Video Bet"

height="450"

loading="lazy"

src="/uploads/content/openai-shuts-down-sora-and-walks-away-from-disney--img-1-260325162718-719.webp"

width="800"

/>

ในโรดแมปใหม่ OpenAI กำลังเดินหน้าพัฒนา “เดสก์ท็อปซูเปอร์แอป” ที่จะเข้ามาปฏิวัติเวิร์กโฟลว์ของนักพัฒนาและสายเทคโดยตรง แพลตฟอร์มนี้จะรวมเครื่องมือสำคัญอย่าง ChatGPT, แอปเบราว์เซอร์ Atlas และ Codex ตัวช่วยเขียนโค้ดด้วย AI ไว้ในที่เดียว ลดความวุ่นวายจากการต้องเปิดหลายแอปซ้อนกัน และเปิดทางให้ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลข้ามส่วนต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล ฟีเจอร์ Agentic AI จะถูกผูกเข้าเป็นหัวใจหลักของซูเปอร์แอป เพื่อให้ AI สามารถเขียนซอฟต์แวร์ วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการงานอัตโนมัติบนเครื่องของผู้ใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ[web:9][web:12][web:15]

ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่า OpenAI ต้องการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์และการทำงานขององค์กร มากกว่าจะเป็นเพียงผู้เล่นในตลาดคอนเทนต์วิดีโอ การถอยจากโปรเจกต์วิดีโอ派แสงสีอย่าง Sora จึงไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการถอยหนึ่งก้าวเพื่อกลับไปเสริมรากฐานให้แข็งแรงขึ้น ก่อนจะรุกลึกเข้าสู่ตลาด deep tech และโลกของ AI Agent ที่จะเข้ามานั่งอยู่ใจกลางการทำงานบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในระยะยาว[web:10][web:11][web:12]