กระแสเดือดลุกฮือบนโลกออนไลน์ เมื่อชาวบ้านฝั่งกัมพูชาใกล้เมืองเสียมราฐ พากันออกมาโพสต์ภาพและคลิป “กำแพงตู้สินค้า” วางเรียงยาวขวางถนนทางเข้าหมู่บ้าน ระบุว่าเป็นการปิดเส้นทางสัญจรที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้กลับเข้าบ้านตัวเองได้ลำบาก และย้ำว่า “นี่ไม่ใช่ครั้งแรก” ที่เส้นทางระหว่างหมู่บ้านชายแดนถูกปิดกั้นจนประชาชนเดือดร้อน

บนโซเชียลมีเดียกัมพูชา ชาวบ้านจำนวนมากแชร์ภาพแนวตู้คอนเทนเนอร์สีน้ำตาลแดงวางชนติดกันคล้ายกำแพงยาวหลายสิบเมตร บางจุดมีลักษณะเป็นแนวกั้นต่อเนื่องจากพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมข้อความประชดประชันว่า “เรากลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว!” สะท้อนความคับข้องใจที่สะสมมานานจากปัญหาการปิดถนนเข้า–ออกหมู่บ้าน

ชาวเน็ตหลายรายเขียนข้อความวิจารณ์ว่า การนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางปิดทางแบบนี้ เป็นการซ้ำเติมปัญหาชุมชนชายแดนที่เดิมทีก็เผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทาง การประกอบอาชีพ และการค้าขายอยู่แล้ว บางคนกังวลว่า อาจกระทบต่อการค้าชายแดนขนาดเล็กที่ชาวบ้านพึ่งพา ทั้งการซื้อขายสินค้าเกษตร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นระหว่างสองประเทศ

รายงานท้องถิ่นระบุว่า แนวกั้นตู้คอนเทนเนอร์บางส่วน เคยถูกอ้างว่าใช้เพื่อควบคุมการขนส่งสินค้า ป้องกันการลักลอบข้ามแดน และลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดน ทำให้ถูกมองว่าเป็น “มาตรการชั่วคราว” ในช่วงเกิดความขัดแย้งหรือภัยพิบัติบางรูปแบบ เช่น น้ำท่วมหรือเหตุไม่สงบในพื้นที่พิพาท

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในฝั่งกัมพูชาตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงมีการนำตู้คอนเทนเนอร์กลับมาตั้งในจุดเดิมอีกครั้ง ทั้งที่เคยสร้างผลกระทบอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา หลายครัวเรือนเคยต้องอ้อมไปใช้เส้นทางลูกรังไกลและอันตรายกว่า ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น เสียเวลาไปทำงาน และกระทบต่อการพาลูกหลานไปโรงเรียนหรือไปโรงพยาบาล

ในมุมของประเด็นชายแดน ผู้ใช้โซเชียลบางส่วนมองว่า “กำแพงตู้สินค้า” กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชา คล้ายกรณีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ตามแนวหมู่บ้านชายแดนอื่นที่เคยถูกวิจารณ์ว่ากระทบสิทธิของชาวบ้านในพื้นที่ทับซ้อนและหมู่บ้านที่อยู่ติดเขตพิพาท

ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงจากอีกด้านที่เชื่อว่า แนวตู้คอนเทนเนอร์อาจถูกใช้เพื่อควบคุมแนวเขตและป้องกันการรุกล้ำดินแดน เหมือนกรณีแนวตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่อื่นตามแนวพรมแดน ที่ถูกใช้เป็นมาตรการรักษาความมั่นคงชั่วคราว เพื่อแสดงเส้นแบ่งระหว่างสองประเทศให้ชัดเจนมากขึ้น

แม้จะมีการคาดเดาหลากหลายสาเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฝั่งกัมพูชายังไม่ออกมาชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการว่า เหตุใดจึงมีการวางแนวกั้นตู้สินค้าขวางทางเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ยิ่งทวีความร้อนแรง และเริ่มถูกเชื่อมโยงกับบรรยากาศความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ชาวเน็ตกัมพูชาจำนวนมากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดทางสัญจรโดยเร็วที่สุด หลายเสียงเตือนว่าหากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ความไม่พอใจในหมู่ชาวบ้านชายแดน อาจลุกลามกลายเป็นประเด็นการเมืองข้ามพรมแดนได้อีกระลอก และยิ่งบั่นทอนบรรยากาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศในระยะยาว