สงครามสหรัฐ–อิหร่าน 2569 ใกล้จบหรือบานปลาย?
ในคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โลกทั้งใบเหมือนถูกโยนลงเหว เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใจกลางอิหร่าน เป้าหมายไม่ใช่แค่โรงงานนิวเคลียร์ แต่คือ “การตัดหัวระบอบ” ที่ทำให้ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตตั้งแต่ระลอกแรกของการโจมตี เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเปลี่ยนสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง แต่ยังสั่นสะเทือนตลาดน้ำมันโลก ช่องแคบฮอร์มุซ และผลักให้โลกต้องย้อนถามคำถามเดิมในมิติใหม่ว่า สงครามครั้งนี้กำลังเดินหน้าไปสู่ “จุดจบ” หรือ “หายนะรอบใหม่” กันแน่
ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โลกต้องตกตะลึงเมื่อกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษต่ออิหร่าน เป้าหมายไม่ใช่แค่การทำลายโรงงานนิวเคลียร์เหมือนที่เคยขู่ไว้ในอดีต แต่เป็นการเด็ดหัวระดับแกนนำ ผลลัพธ์คือการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมากตั้งแต่ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ ซึ่งทำให้โครงสร้างอำนาจของอิหร่านสั่นคลอนอย่างรุนแรง
การสูญเสียผู้นำสูงสุดเปรียบเสมือนการทลายเขื่อนกั้นน้ำ อิหร่านตกอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมืองในช่วงแรก ก่อนที่อำนาจจะเริ่มถูกรวมศูนย์เข้าสู่มือของสองขั้วหลัก ได้แก่ ฝ่ายสายเหยี่ยวในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และนักการเมืองสายประนีประนอมที่พยายามรักษาพื้นที่เจรจาเอาไว้
หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ มูฮัมหมัด บาเกอร์ ฆอลีบาฟ ประธานรัฐสภา ผู้ที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในสมรภูมิการทูตและการเจรจาระหว่างประเทศในห้วงเวลาวิกฤตนี้
สถานการณ์ปัจจุบัน: สงครามที่ “ควบคุมไม่ได้” หรือ “ทางออกที่ถูกบีบ”?
ข้อมูลระหว่างวันที่ 25–27 มีนาคม 2569 ระบุว่าสงครามได้ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 พร้อมตัวเลขที่น่าหวั่นใจอย่างยิ่ง
ความสูญเสียทางทหาร: สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 9,000 จุด ทำลายฐานยิงขีปนาวุธ โรงงานผลิตโดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเรือรบจำนวนมาก

เรือรบกว่า 140 ลำได้รับความเสียหายหรือจมลงไปในอ่าวเปอร์เซียและพื้นที่โดยรอบ
การตอบโต้ของอิหร่าน
แม้จะถูกโจมตีอย่างหนัก แต่อิหร่านยังคงแสดงขีดความสามารถในการตอบโต้ โดยยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดนใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต จอร์แดน และบาห์เรน พร้อมทั้งโจมตีเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานในเทลอาวีฟอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนก็เปิดฉากโจมตีทางตอนเหนือของอิสราเอลอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เปลี่ยนแนวปะทะบริเวณชายแดนให้กลายเป็นสมรภูมิเต็มรูปแบบ
วิกฤตเศรษฐกิจโลก: ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเรือสินค้าที่ถูกมองว่าเป็น “ศัตรู” แม้ต่อมาจะผ่อนปรนให้เรือที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งสามารถผ่านได้ โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและประสานงานกับทางการอิหร่านก่อนก็ตาม แต่ความไม่แน่นอนนี้ก็ยังเขย่าตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลกอย่างรุนแรง
ข้อเสนอ 15 ประการ: แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หรือคำสั่งยอมจำนน?
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอ 15 ประการผ่านรัฐบาลปากีสถาน (โดยมีนายพลอาซิม มูนิร เป็นตัวกลาง) เพื่อยุติสงคราม ข้อเสนอนี้ถูกมองว่าเป็น “ยาแรง” ที่บีบให้อิหร่านต้องเลือกว่าจะถอยหรือจะดันให้ถึงที่สุด
ยุติโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด: ส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดให้ต่างชาติ ตรวจสอบได้จากหน่วยงานระหว่างประเทศ
จำกัดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ: ห้ามพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล และจำกัดจำนวนขีปนาวุธพิสัยกลางอย่างเข้มงวด
ตัดขาด “แกนแห่งการต่อต้าน”: ยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มตัวแทน (proxy) ในภูมิภาคทั้งหมด
เสรีภาพในการเดินเรือ: รับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร ไม่ใช้การปิดอ่าวเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือการทหาร
คำถามที่ว่า “สงครามจะจบจริงหรือไม่” จึงแขวนอยู่บนการตัดสินใจของอิหร่านในวันนี้ คือวันที่ 27 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทรัมป์ตั้งไว้ หากอิหร่านไม่ตอบรับหรือเพิกเฉย สหรัฐฯ ขู่ว่าจะขยายการโจมตีไปยังโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วประเทศ ซึ่งอาจทำให้อิหร่าน “ล่มสลายในฐานะรัฐสมัยใหม่” ได้เลย
ปัจจัยที่อาจช่วยให้สงครามยุติลง
ความกดดันภายใน: ก่อนสงคราม อิหร่านเผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงปลายปี 2025 ประชาชนจำนวนมากเบื่อหน่ายกับระบอบการปกครองและวิกฤตเศรษฐกิจ การถูกโจมตีซ้ำเติมอาจทำให้โครงสร้างอำนาจเดิมพังทลายจากภายใน การยอมรับข้อตกลง (อย่างน้อยบางส่วน) จึงอาจเป็น “ทางรอดทางการเมือง” เพียงไม่กี่ทางของผู้มีอำนาจความทะเยอทะยานเรื่อง “ดีล” ของทรัมป์: ทรัมป์ต้องการข้อตกลงที่สามารถประกาศต่อโลกได้ว่าเขาคือผู้ยุติสงครามที่ไม่มีใครจัดการได้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเขาสั่งระงับการโจมตีโรงไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อเปิดพื้นที่ให้การเจรจา ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ เองก็ไม่ต้องการติดหล่มสงครามภาคพื้นดินระยะยาว
บทบาทของคนกลาง: ปากีสถาน อียิปต์ และโอมาน พยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางอย่างเข้มข้น เพื่อหาจุดสมดุลที่ทำให้อิหร่านสามารถถอยได้โดย “ไม่เสียหน้า” จนเกินไป และในขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ความมั่นคงของสหรัฐฯ และพันธมิตร
ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีปัจจัยที่พร้อมจะผลักให้สงครามบานปลายออกไปไกลกว่านี้อย่างน่ากลัว
ปัจจัยที่อาจทำให้สงครามบานปลาย
การแก้แค้นแบบ “ฆ่าตัวตาย”: ฝ่าย IRGC ที่ยังเหลืออยู่บางส่วนอาจมองว่า “ไม่มีอะไรจะเสีย” อีกต่อไป การโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบเบ็ดเสร็จ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือดึงโลกเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ระดับ Great Depression ยุคใหม่
จุดยืน “สงครามเบ็ดเสร็จ” ของอิสราเอล: เนทันยาฮูและฝ่ายขวาจัดในอิสราเอลมองว่านี่คือ “โอกาสหนึ่งในศตวรรษ” ที่จะกวาดล้างอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค พวกเขาอาจกดดันให้สหรัฐฯ ไม่หยุดแค่การหยุดยิงหรือข้อตกลงชั่วคราว แต่ต้องเดินหน้าไปถึงขั้น “เปลี่ยนระบอบ” อย่างถาวร ซึ่งหมายถึงสงครามยืดเยื้อหลายปี
ความเปราะบางของสันติภาพ
หากถามว่าสงครามจะจบจริงหรือไม่ ข้อมูลปัจจุบันบ่งชี้ว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิด “ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง” ในระยะสั้น แต่ยังห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า “สันติภาพถาวร”
อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณประนีประนอม ผ่านการผ่อนปรนให้เรือบางลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และการหารือลับในกรุงอิสลามาบัด แต่จนกว่าจะมีการตอบรับหรือปรับเงื่อนไขข้อเสนอ 15 ประการอย่างเป็นทางการ และจนกว่าสหรัฐฯ จะหาวิธีรับประกันความปลอดภัยให้ระบอบการปกครองใหม่ในอิหร่านได้จริง สงครามก็ยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไปในรูปแบบการ “แลกหมัด” ทางอากาศและการทำลายล้างทางเศรษฐกิจ
โลกจึงจับตาวันที่ 27 มีนาคมนี้อย่างใจจดใจจ่อ หากเส้นตายผ่านไปโดยไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เราอาจได้เห็นการเคลื่อนพลภาคพื้นดินของกองพลร่มที่ 82 (82nd Airborne Division) ของสหรัฐฯ เข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งจะหมายความว่า “สงครามจริง” เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เรียบเรียงโดย Athipat Sirikaew
ภาพถ่าย : Grok
MagazineASP ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ส่งเสริม และไม่สนับสนุนสงครามหรือความรุนแรงทุกรูปแบบในทุกภูมิภาคของโลก เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสงคราม การเมือง หรือความขัดแย้งบนแพลตฟอร์มนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูล ประกอบการเรียนรู้ และช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทของโลกมากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อปลุกปั่น เกลียดชัง หรือแสวงหากำไรจากความเดือดร้อนของผู้คน
MagazineASP คือ “แม็กกาซีน” ที่เราเชื่อว่าหน้าที่ของเราไม่ใช่การบรรจุกระสุน แต่คือการบรรจุความรู้ มุมมอง และจินตนาการใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพและขยายขอบเขตการพัฒนามนุษยชาติให้ก้าวไปข้างหน้า มากกว่าการผลักโลกให้ถอยหลังด้วยเสียงปืนและระเบิด
บทความที่เกี่ยวข้องและแนะนำ:
- • จากผู้เขียนคนนี้: ตามหาซันเดย์ อีโกน่าสีเขียว หนีออกบ้าน ใกล้หนองหว้า17
- • บทความใหม่ล่าสุด: ปภ.อุบลฯ เปิดสอบงานราชการ วุฒิ ม.6 เงินเดือน 12,000 บาท
- • บทความยอดนิยม: โลกต้องช่วยไทยปราบสแกม
