สงครามในตะวันออกกลางปัจจุบันเริ่มลุกลามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน การโจมตีระลอกแรกนี้สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นําสูงสุดของอิหร่าน ส่งผลให้เกิดการสู้รบยืดเยื้อนานหลายสัปดาห์และทวีความตึงเครียดทั่วทั้งภูมิภาค ขณะนี้เมื่อสงครามกําลังเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ย้ำถึงบทบาทของสหรัฐฯ ที่พร้อมเพิ่มความเข้มข้นของการแทรกแซงทางทหารอีกครั้ง

ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม ทรัมป์ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ จะ “โจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างรุนแรงมาก” ภายในสัปดาห์หน้า การขยายปฏิบัติการครั้งนี้ต่อยอดจากภารกิจโจมตีแบบจำกัดเป้าหมาย กลายเป็นแคมเปญทางทหารขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ คำกล่าวของประธานาธิบดีช่วยปลุกเร้าฐานผู้สนับสนุนของเขา แต่ก็สร้างความกังวลให้กับผู้สังเกตการณ์ทั่วโลกที่หวั่นว่าความขัดแย้งอาจลุกลามเป็นไฟสงครามระดับภูมิภาคครั้งใหญ่

แคมเปญโจมตีรุนแรง

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกตะลึงว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ปฏิบัติการร่วมสหรัฐ–อิสราเอลได้ทำลายเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามไปแล้วราว 15,000 เป้าหมาย หรือมากกว่า 1,000 เป้าหมายต่อวัน การโจมตีอย่างต่อเนื่องในระดับนี้ทำให้ขีดความสามารถในการตอบโต้ของอิหร่านลดลงอย่างรุนแรง โดยฝูงโดรนติดอาวุธของอิหร่านถูกทำลายกว่า 90% และฝูงบินรบถูกทำลายไปประมาณ 95% เฮกเซธระบุว่านี่คือ “การทุบทำลายอย่างแท้จริง” ต่ออุตสาหกรรมการผลิตอาวุธของเตหะราน และย้ำให้เห็นถึงจุดแข็งของขีดความสามารถด้านจรวดและการโจมตีแม่นยำระยะไกลของสหรัฐฯ ในสงครามยุคใหม่

การโจมตียังทำให้ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน มุจตะบา คาเมเนอี ซึ่งขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากบิดา ตกอยู่ในภาวะไม่มั่นคงด้านสุขภาพและอำนาจ อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีระลอกแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ระบุว่าอาการบาดเจ็บนั้นมีความรุนแรง ขณะที่ฝั่งอิหร่านเปิดเผยอย่างคลุมเครือเพียงว่าเขา “ได้รับบาดเจ็บ” โดยไม่ให้รายละเอียดใดเพิ่มเติม ช่องว่างในภาวะผู้นำดังกล่าวกำลังกระตุ้นให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองภายในประเทศและความปั่นป่วนในหมู่พลเรือน

การขยายกำลังและยุทธศาสตร์

เพื่อตอบโต้ความตึงเครียดที่ทวีขึ้น กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรืออเนกประสงค์สะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli พร้อมหน่วยนาวิกโยธินประจำการเข้าสู่ภูมิภาค เรือรบลำนี้ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก” เพิ่มทางเลือกด้านการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทั้งภารกิจสนับสนุนทางอากาศ ปฏิบัติการยกพลขึ้นบก และการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมตามแนวชายฝั่ง การเสริมกำลังทางทะเลและนาวิกโยธินยังถูกมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดิน หากแคมเปญโจมตีทางอากาศไม่เพียงพอในการบรรลุเป้าหมาย

มาตรการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการขู่ตอบโต้ของอิหร่าน ที่ประกาศพร้อมปิดกั้นเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์และสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตหะรานเตือนว่าจะโจมตีเรือพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ชวนให้นึกถึงการรบกวนเส้นทางลำเลียงของชาติตะวันตกในอดีต ราคาน้ำมันในตลาดโลกจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และนักลงทุนหวั่นว่าการหยุดชะงักของเส้นทางส่งออกใด ๆ จะยิ่งผลักให้ค่าพลังงานระดับโลกขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่

นัยยะต่อภูมิภาคและโลก

ผลสะเทือนของความขัดแย้งครั้งนี้กว้างไกลกว่าสนามรบโดยตรง อิหร่านที่สูญเสียกำลังโดรนและหน่วยรบพิเศษจำนวนมากอาจเงียบลงชั่วคราว แต่คำประกาศของเตหะรานยังบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการใช้เซลล์ก่อการร้ายแฝงตัว หรือการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อตอบโต้ สหรัฐยังจับตาท่าทีของพันธมิตรของอิหร่านอย่างรัสเซียและจีน ซึ่งแม้จะออกแถลงการณ์ตำหนิสหรัฐฯ ในเชิงการทูตเท่านั้น ทว่าก็มีรายงานว่าทั้งสองประเทศยังคงให้ความช่วยเหลือทางลับแก่เตหะราน

ในเชิงเศรษฐกิจ สงครามครั้งนี้สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินของโลก ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นมากกว่า 20% นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์อาจกระทบอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกและกดดันค่าครองชีพของผู้บริโภคตั้งแต่ฮ่องกงไปจนถึงเบอร์ลิน สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน ผลกระทบจะมองเห็นได้จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาระต้นทุนของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศ

ในด้านการทูต การเรียกร้องให้หยุดยิงยังไม่ประสบผลสำเร็จ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติยังคงติดหล่มจากการใช้สิทธิยับยั้งของสมาชิกถาวรที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน แผนการเสนอมาตรการสันติภาพต้องเผชิญกับการเมืองระหว่างประเทศที่ซับซ้อน ขณะที่ทรัมป์ยังยึดแนวคิด “สันติภาพผ่านอำนาจกำลัง” ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีในสมัยดำรงตำแหน่งก่อนหน้า โดยเชื่อว่าการเพิ่มแรงกดดันทางทหารจะบีบให้อิหร่านยอมเจรจาตามเงื่อนไข

ในขณะที่ USS Tripoli กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เขตวิกฤต โลกกำลังจับตามองว่าการเสริมกำลังครั้งนี้จะช่วยลดความตึงเครียดหรือกลับยิ่งเติมเชื้อให้สงครามขยายตัว เป้าหมายกว่า 15,000 เป้าหมายที่ถูกโจมตีไปแล้วเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และเดิมพันในครั้งนี้ไม่เคยสูงเช่นนี้มาก่อน สัปดาห์ข้างหน้าจึงอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นิยามตะวันออกกลางยุคใหม่และส่งผลสะเทือนต่อระเบียบโลกไปอีกหลายชั่วอายุคน


หนังสือพิมพ์ASP ไม่มีเจตนาหาผลประโยชน์ ส่งเสริม หรือสนับสนุนสงครามหรือความรุนแรงทุกรูปแบบในทุกภูมิภาคของโลก เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสงคราม การเมือง หรือความขัดแย้งบนแพลตฟอร์มนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการเรียนรู้ และช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจพลวัตของโลกมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อปลุกปั่นความเกลียดชังหรือเก็งกำไรจากความเดือดร้อนของผู้คน

MagazineASP เป็น “หนังสือพิมพ์ดิจิทัล” ที่เราเชื่อว่าหน้าที่ของเราไม่ใช่การบรรทุกกระสุน แต่คือการเผยแพร่ความรู้ มุมมอง และความคิดใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพและส่งเสริมแนวโน้มของอารยธรรมมนุษย์ให้เดินหน้า มากกว่าการผลักโลกให้ถอยหลังด้วยปืนและระเบิด