ทดสอบวิ่งสำเร็จแล้ว ขบวนรถไฟฟ้ารางเบาพลังงานไฮโดรเจนฝีมือคนไทยที่ขอนแก่น

กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของระบบขนส่งสาธารณะสีเขียวในภูมิภาคอาเซียน และจุดประกายความหวังให้คนไทยเห็นศักยภาพงานวิจัยด้านระบบรางของประเทศตัวเองอย่างชัดเจน

​

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น บรรยากาศบริเวณรางทดสอบระยะประมาณ 400 เมตรคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อทีมวิจัยไทยนำ “ขบวนรถไฟแทรม” หรือรถไฟฟ้ารางเบาพลังงานไฮโดรเจนต้นแบบ ออกมาวิ่งทดสอบต่อเนื่องให้สาธารณชนได้เห็นกับตา เสียงล้อเคลื่อนตัวไปบนรางอย่างนุ่มนวลและไร้ควันจากการสันดาป ทำให้หลายคนยืนหยุดดูด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่ไม่ใช่แค่การทดสอบรถรางธรรมดา แต่คือการก้าวสู่ยุคใหม่ของระบบขนส่งมวลชนไทยที่ใช้พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ

​

Advertisement 3
สร้างรายได้ สร้างอาชีพกับบอกด้วย 77 ให้บริการกว่า 10 ปี เพื่อ SME พลักดันธุรกิจของคุณทั่วไทย

จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้ คือการพัฒนาขบวนรถโดย “ฝีมือคนไทย” ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง การผลิตชิ้นส่วนหลักของตัวรถ ไปจนถึงการบูรณาการระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของอาเซียนที่มีการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาพลังงานไฮโดรเจนในรูปแบบต้นแบบสำหรับทดสอบจริงบนราง พลังงานไฮโดรเจนถูกมองว่าเป็นทางเลือกสำคัญของอนาคต เพราะเมื่อใช้งานในเซลล์เชื้อเพลิง จะปล่อยเพียงไอน้ำออกมาเป็นของเสีย ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และช่วยให้เมืองเติบโตไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

Advertisement 5

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือความร่วมมือของสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชนไทย ที่ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบรางสมัยใหม่ได้เอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายการผลักดันอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศ และการสร้างบุคลากรไทยให้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีขนส่งสมัยใหม่อย่างครบวงจร

การทดสอบวิ่งในระยะแรกบนรางทดลองภายในมหาวิทยาลัย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ ทั้งด้านโครงสร้างตัวรถ ระบบขับเคลื่อน การควบคุมการเร่งและเบรก ไปจนถึงการทำงานร่วมกับโครงสร้างรางและโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อขยายผลไปสู่การใช้งานจริง จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้

เป้าหมายถัดไปของโครงการ คือการขยายเฟส 1 ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่เส้นทางรอบ “บึงแก่นนคร” ระยะทางประมาณ 4.4 กิโลเมตร ซึ่งจะกลายเป็นเส้นทางทดลองเชิงใช้งานจริง เชื่อมพื้นที่สำคัญรอบบึงและย่านใกล้เคียง ให้ประชาชน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวสามารถใช้รถไฟฟ้ารางเบาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางในชีวิตประจำวัน เส้นทางนี้ไม่เพียงช่วยลดจำนวนรถยนต์บนถนน แต่ยังมีศักยภาพในการยกระดับภาพลักษณ์เมืองขอนแก่นให้เข้าใกล้แนวคิด “เมืองอัจฉริยะสีเขียว” ที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

Advertisement 4

กระแสตอบรับไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทยเท่านั้น สื่อออนไลน์และเพจต่างประเทศบางส่วนได้นำภาพการทดสอบวิ่งขบวนรถไฟฟ้ารางเบาพลังงานไฮโดรเจนไปเผยแพร่ต่อ ทำให้มีผู้ใช้งานโซเชียลจากหลายประเทศเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความสามารถของทีมไทย และมองว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทใหม่ในเวทีเทคโนโลยีระบบรางและพลังงานสะอาด หลายคอมเมนต์สะท้อนความรู้สึก “ทึ่ง” ที่ไทยสามารถสร้างรถรางพลังงานไฮโดรเจนต้นแบบได้ด้วยตัวเอง และหวังว่าจะได้เห็นการต่อยอดไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในอนาคต

ในมิติของเศรษฐกิจและสังคม

โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ สร้างโอกาสด้านการผลิตชิ้นส่วนระบบรางในประเทศ ลดการนำเข้า และสร้างงานวิจัยต่อเนื่องเกี่ยวกับรถไฟฟ้ารางเบา รถโดยสารไฟฟ้า และระบบขนส่งอัจฉริยะประเภทอื่น ๆ เมื่อโครงการเดินหน้าตามแผน จะไม่ใช่แค่เมืองขอนแก่นที่ได้ประโยชน์ แต่ยังเป็นต้นแบบให้เมืองอื่น ๆ ในไทย ที่ต้องการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสีเขียวของตัวเอง

ท้ายที่สุด การทดสอบวิ่งขบวนรถไฟฟ้ารางเบาพลังงานไฮโดรเจนที่ขอนแก่นครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงภาพของรถรางสีเขียวที่แล่นไปบนรางระยะสั้น ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น หากแต่เป็น “สัญญาณ” ว่าคนไทยกำลังยกระดับความฝันเรื่องระบบรางสมัยใหม่ให้จับต้องได้จริงทีละขั้น และอาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ชื่อของขอนแก่นและทีมนักวิจัยไทย ถูกจดจำในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถไฟฟ้ารางเบาพลังงานไฮโดรเจนในภูมิภาคอาเซียน

​

ขอขอบคุณเครดิตภาพจากคุณ Thanadom Rasriruttana และคุณ Paiwan Kerdtuad ที่ถ่ายทอดโมเมนต์สำคัญของอีกก้าวหนึ่งในประวัติศาสตร์ระบบรางไทยให้คนทั้งประเทศได้เห็นพร้อมกัน.