10 สูตรลับ ที่ทำให้เวียดนามโตแซงหน้าเพื่อนบ้าน

ในไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา มีทั้งเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ กฎหมาย การเมือง ไปจนถึงโครงสร้างประชากรและการเปิดประเทศสู่โลกภายนอก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจับตาที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้านล่างนี้คือการเล่าเรื่องแบบต่อเนื่อง ว่าทำไมเวียดนามถึง “ไปไกล” ได้ขนาดนี้ และมีอะไรที่คนทำธุรกิจ/นักลงทุน/คนทำคอนเทนต์อย่างเราควรเรียนรู้บ้าง

ภาพรวมการเติบโตของเวียดนาม

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เวียดนามถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค โดยปี 2024 เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตประมาณ 7.09% แม้ต้องเจอทั้งเศรษฐกิจโลกผันผวน และภัยธรรมชาติอย่างไต้ฝุ่นรุนแรง ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายประเทศในอาเซียน และสะท้อนว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของเวียดนามแข็งแรงพอสมควร

เมื่อมองภาพรวมระยะยาว เวียดนามมีสถิติการเติบโตของ GDP ที่ค่อนข้างต่อเนื่องหลังจากเปิดประเทศและปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ทำให้รายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และกลายเป็นจุดหมายสำคัญของทุนต่างชาติ

1. การปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ

จุดเปลี่ยนใหญ่ของเวียดนาม คือการปฏิรูปเศรษฐกิจจากระบบรวมศูนย์แบบสังคมนิยม ไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้น โดยยังคงกรอบการเมืองแบบพรรคเดียว แต่ผ่อนคลายให้ภาคเอกชนและต่างชาติมีบทบาทมากขึ้น การปฏิรูปนี้ทำให้ทรัพยากรในประเทศถูกใช้ได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม และเปิดโอกาสให้ธุรกิจใหม่ ๆ เติบโต

เวียดนามยังเดินหน้าเจรจาและลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายภูมิภาค เช่น CPTPP และ EVFTA ซึ่งช่วยเปิดประตูส่งออกสินค้าไปยังตลาดใหญ่ทั่วโลก ลดภาษี และเพิ่มความน่าสนใจของเวียดนามในสายตานักลงทุน

2. การเติบโตของ GDP และโครงสร้างเศรษฐกิจ

เมื่อเจาะลงไปในตัวเลข ปี 2024 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 7.09% มูลค่าเศรษฐกิจรวมอยู่ที่ราว 476 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงขับหลักจากการส่งออก การผลิต และการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ การบริโภคขั้นสุดท้ายและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรก็เติบโตในระดับมากกว่า 6–7% ซึ่งสะท้อนว่าทั้งภาครัฐ เอกชน และครัวเรือนยังคงใช้จ่ายและลงทุนต่อเนื่อง

บริการและการค้าระหว่างประเทศกลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจสมัยใหม่ของเวียดนาม สัดส่วนภาคบริการเพิ่มขึ้นเกิน 40% ของ GDP ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างยังมีบทบาทหลักในการจ้างงานและการส่งออก

3. ประชากรวัยทำงานและชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัว

หนึ่งใน “อาวุธลับ” ของเวียดนามคือโครงสร้างประชากรที่ยังหนุ่มแน่น ประชากรกว่าครึ่งมีอายุต่ำกว่า 35 ปี ทำให้ประเทศมีแรงงานวัยทำงานจำนวนมาก รองรับทั้งโรงงานผลิตและธุรกิจบริการยุคใหม่ สำหรับนักลงทุน นี่หมายถึงค่าแรงที่ยังแข่งขันได้ และมีแรงงานพร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้เร็ว

พร้อมกันนี้ ชนชั้นกลางของเวียดนามกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ชนชั้นกลางจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของประชากร ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้น เกิดตลาดผู้บริโภคใหม่ในด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ดิจิทัลคอนเทนต์ และบริการทางการเงิน

4. การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

FDI ถือเป็นหัวใจของการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเวียดนาม หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกย้ายฐานการผลิตหรือขยายโรงงานมายังเวียดนาม เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเสื้อผ้า ทำให้ประเทศกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก เพียงปี 2023 เวียดนามดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์ และตัวเลขยังขยับขึ้นต่อเนื่องในปีถัดมา

แนวโน้ม “China plus one” ซึ่งหลายบริษัทต้องการลดการพึ่งพาจีนเพียงประเทศเดียว ทำให้เวียดนามได้ประโยชน์เต็ม ๆ เพราะมีทำเลใกล้จีน ค่าแรงถูกกว่า และมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์

10 สูตรลับ ที่ทำให้เวียดนามโตแซงหน้าเพื่อนบ้าน

5. โครงสร้างพื้นฐานและเขตอุตสาหกรรม

เวียดนามลงทุนหนักในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน ท่าเรือ สนามบิน และนิคมอุตสาหกรรม ทำให้การขนส่งสินค้าและการเชื่อมต่อภายในประเทศสะดวกขึ้นมาก ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจลดลง และเพิ่มความน่าสนใจต่อผู้ผลิตต่างชาติ รัฐบาลยังส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก เพื่อรองรับโรงงานและบริษัทต่างชาติแบบครบวงจร

สำหรับภาคบริการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น สนามบินใหม่ โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เวียดนามดึงนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นเสาหลักอีกเสาหนึ่งของรายได้ประเทศ

6. ความมั่นคงทางการเมืองและภาพลักษณ์ที่ “เสถียร”

แม้เวียดนามจะเป็นประเทศพรรคการเมืองเดียว แต่ในเชิงเศรษฐกิจกลับถูกมองว่าให้เสถียรภาพทางนโยบายระดับหนึ่ง นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการไม่มีการเปลี่ยนรัฐบาลถี่ ๆ ช่วยให้ทิศทางเศรษฐกิจไม่เหวี่ยงไปมามากเกินไป ภายในพรรคเองยังวางยุทธศาสตร์การเติบโตและความทันสมัยทางเศรษฐกิจไว้เป็นเป้าหมายหลักในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองก็มีด้านที่ต้องระวัง เพราะความโปร่งใสในการออกกฎหมายและนโยบายอาจไม่มากเท่าระบบที่เปิดกว้าง ทำให้ธุรกิจต้องหมั่นอัปเดตกฎระเบียบใหม่ ๆ อยู่เสมอ และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัว

10 สูตรลับ ที่ทำให้เวียดนามโตแซงหน้าเพื่อนบ้าน

7. การปฏิรูปกฎหมายและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามเร่งปฏิรูปกฎหมายทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมีมติและแผนงานปรับปรุงกฎหมายการลงทุน ที่ดิน ก่อสร้าง และสิ่งแวดล้อม เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสขึ้นสำหรับภาคเอกชน เป้าหมายคือการลดเวลาและต้นทุนด้านเอกสารลงอย่างน้อย 30% และลดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ไม่จำเป็นลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2025–2026

ในด้านภาษีและการเก็บรายได้ของรัฐ มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อต่อธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย เช่น การเพิ่มเพดานรายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับผู้ประกอบการรายบุคคล เพื่อกระตุ้นให้คนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น

8. ยุทธศาสตร์ “จากโรงงานสู่เทคโนโลยี”

แม้ภาพแรกที่หลายคนเห็นคือเวียดนามในฐานะ “โรงงานโลก” แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลต้องการยกระดับประเทศจากฐานการผลิตราคาถูกไปสู่ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งในภาคไอที สตาร์ตอัป และบริการดิจิทัล มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยี รวมถึงการดึงดูดบริษัทไอทีต่างชาติมาตั้งศูนย์พัฒนาและ R&D ภายในประเทศ

ตลาดหุ้นของเวียดนามก็สะท้อนภาพนี้ โดยภาคการเงิน เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และถูกพูดถึงในฐานะตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะกลางถึงยาว

9. การค้าระหว่างประเทศและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก

เวียดนามใช้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิกข้อตกลงการค้าเสรีหลายฉบับ รวมทั้งความร่วมมือในอาเซียน เพื่อเชื่อมตัวเองเข้าไปในห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ รองเท้า และสินค้าเกษตรแปรรูป มูลค่าการนำเข้า–ส่งออกของเวียดนามในปี 2024 ทะลุ 780 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าการค้าเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ของเศรษฐกิจ

การมีท่าเรือและเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมกับจีนและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ทำให้เวียดนามกลายเป็น “จุดต่อ” สำคัญในโซ่อุปทานโลก บริษัทต่างชาติสามารถกระจายความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศใหญ่ ๆ ได้ดีขึ้นด้วยการตั้งฐานผลิตในเวียดนาม

10. ความท้าทายและข้อควรระวัง

แม้ภาพรวมจะสดใส แต่เวียดนามก็ยังมีความเสี่ยงและความท้าทายที่ควรจับตา ทั้งปัญหาในภาคธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีจุดเปราะบาง และการเติบโตของสินเชื่อที่ต่ำกว่าศักยภาพในบางช่วงเวลา นอกจากนี้ กฎหมายบางด้านยังซ้ำซ้อน ขาดความสอดคล้องกัน ทำให้ธุรกิจต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและก่อสร้าง

ในมุมมองระยะยาว เวียดนามต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ในการเปลี่ยนจากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานราคาถูกและการลงทุน มาเป็นการเติบโตบนฐานผลิตภาพและนวัตกรรม หากยกระดับไม่ทัน อาจติดกับดักรายได้ปานกลางและเสียความสามารถในการแข่งขันเมื่อค่าแรงสูงขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการในภูมิภาค เวียดนามเป็นตัวอย่างของประเทศที่ใช้ “ชุดเครื่องมือ” การเติบโตหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่การเปิดประเทศ การดึง FDI การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการปฏิรูปกฎหมายเพื่อดึงเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ธุรกิจที่ต้องการเข้าไปในตลาดเวียดนามควรให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจระบบกฎหมายที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานรัฐและพันธมิตรท้องถิ่นอย่างรอบคอบ

เรียบเรียงโดย อธิภัทร ศิริแก้ว

แหล่งอ้างอิง

Viet Nam Government Portal – รายงาน GDP เวียดนามปี 2024 โต 7.09% และโครงสร้างเศรษฐกิจ

https://en.baochinhphu.vn/viet-nams-gdp-growth-accelerates-to-709-in-2024-111250106112720487.htm

Reuters – รายงานเศรษฐกิจเวียดนามปี 2024 มูลค่าเศรษฐกิจราว 476.3 พันล้านดอลลาร์ โต 7.09% นำโดยการส่งออกและ FDI

https://www.reuters.com/markets/asia/vietnam-2024-gdp-growth-quickens-709-2025-01-06/

Vietnam Law & Legal Forum – มูลค่าการค้ารวมของเวียดนามปี 2024 แตะราว 786.29 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก

https://vietnamlawmagazine.vn/2024-trade-value-sets-record-of-nearly-usd-800-billion-73346.html