หนทางความปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2025 ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI) กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างมาก
บทนำ
ในปี 2025 เทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI) ถูกใช้ในการพัฒนาแนวทางรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ใหม่ๆ เพื่อแยกแยะและตอบโต้การโจมตีที่ซับซ้อน เช่น การโจมตีด้วย Deepfake หรือมัลแวร์ที่ปรับตัวเองได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมๆ ไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาอัจฉริยะ (AI) ในการตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามแบบเรียลไทม์
บทความที่เกี่ยวข้องและแนะนำ:
- 📂 ในหมวดเดียวกัน: เทคโนโลยี AI ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถไฟอย่างไร?
- 🏷️ เรื่องที่เกี่ยวข้อง (Tag): เทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ธุรกิจออนไลน์ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ✍️ จากผู้เขียนคนนี้: องค์การอนามัยโลกเตือนภาวะสุขภาพจิต
- 🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง: ความร่วมมือนำคลาวด์และ AI มาสู่ไทย
- 🔗 อ่านต่อ: AI Agent ในปี 2025: พลังงานแห่งการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ
- 🆕 มาใหม่: สี จิ้นผิง เคลียร์ทางศิลปิน
- 🔥 ยอดนิยม: กัมพูชาปลุกแบนสินค้าไทย ไทยตอบโต้ปิดด่านชายแดน
ระบบจะเรียนรู้และปรับตัวกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถแยกแยะและตอบโต้การโจมตีได้ทันที ลดช่องว่างเวลาที่แฮกเกอร์อาจใช้โจมตี
การพัฒนาอัจฉริยะ (AI) ในการป้องกันการโจมตีด้วย Deepfake และ AI-Powered Attack
แฮกเกอร์ใช้ AI สร้าง Deepfake เสียงและวิดีโอที่เหมือนจริงเกือบสมบูรณ์แบบ เพื่อหลอกลวงและโจมตีทางสังคม (social engineering) การป้องกันภัยเหล่านี้จึงต้องใช้ AI เช่นกันในการตรวจจีความผิดปกติของเสียงและภาพ รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
แนวทาง Zero Trust และการตรวจสอบแบบต่อเนื่อง
แนวทาง Zero Trust ที่ไม่ไว้ใจใครโดยอัตโนมัติ แต่ตรวจสอบและยืนยันตัวตนทุกครั้งที่มีการเข้าถึงข้อมูลหรือระบบ ถูกผนวกกับ AI เพื่อทำการตรวจสอบพฤติกรรมและบริบทแบบเรียลไทม์ เช่น การใช้พฤติกรรมทางชีวภาพ (behavioral biometrics) และการวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบไดนามิก เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ความท้าทายจาก Quantum Computing และการเข้ารหัสที่ทนทานต่อควอนตัม
แม้ Quantum Computing ยังไม่แพร่หลาย แต่มีศักยภาพในการทำลายระบบเข้ารหัสแบบเดิม AI ถูกใช้ในการพัฒนาอัลกอริทึมเข้ารหัสที่ทนทานต่อการโจมตีด้วยควอนตัม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยในอนาคต
บทสรุป
ในปี 2025 เทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI) จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิมอย่างมาก โดย AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว วิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติ และคาดการณ์การโจมตีล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ องค์กรจะต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ด้วยการพัฒนาแนวทาง Zero Trust และการพัฒนาอัลกอริทึมเข้ารหัสใหม่ๆ เพื่อปกป้องการโจมตีด้วย Deepfake และ AI-Powered Attack,
รับมือภัยไซเบอร์,
Threats; Attacks; Detection; Trust Architecture; Biometrics; Risk Analysis; Computing-resistant Encryption; Growth in AI for Cybersecurity,
,
,
,
,
magazineasp




