จีนรัสเซียอิหร่านรวมพลัง ซ้อมรบทางทะเล BRICS

เมืองเคปทาวน์ของแอฟริกาใต้ กลับมาเป็นจุดสนใจของโลกอีกครั้ง เมื่อเรือรบจากจีน รัสเซีย และอิหร่าน เดินทางมาถึงเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเลร่วม ซึ่งจัดโดยกองทัพแอฟริกาใต้ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางทหารธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนของการขยับตัวของ “พลังใหม่” ที่กำลังสร้างระเบียบโลกในแบบของตนเอง ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มเศรษฐกิจที่คนทั่วโลกรู้จักดีในชื่อ BRICS

BRICS: จากเศรษฐกิจเกิดใหม่สู่พลังทางภูมิรัฐศาสตร์

กลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศกำลังพัฒนา แต่ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา BRICS ได้กลายเป็นมากกว่านั้น มันกลายเป็นเวทีทางยุทธศาสตร์ของประเทศที่ต้องการตั้งคำถามต่อ “ระเบียบโลกแบบตะวันตก”

การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ทำให้ BRICS กลายเป็นแรงถ่วงดุลของโลกที่สหรัฐฯ และยุโรปครองอำนาจมายาวนาน การซ้อมรบทางทะเลในครั้งนี้ จึงไม่ต่างจากการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ว่า BRICS พร้อมแล้วที่จะเป็น “พลังใหม่ของโลก” ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและความมั่นคง

แอฟริกาใต้: เวทีแห่งความร่วมมือระหว่างซีกโลกใต้

แอฟริกาใต้ในฐานะสมาชิก BRICS และประตูสำคัญของทวีปแอฟริกา กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของความร่วมมือระดับพหุภาคี การที่จีน รัสเซีย และอิหร่านเข้าร่วมซ้อมรบที่นี่ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพูนทักษะทางทหาร แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงผลประโยชน์ร่วมกันในด้านพลังงาน การค้า และการเมือง พร้อมส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะสร้าง “พันธมิตรซีกโลกใต้” ที่มีเอกภาพและอำนาจต่อรองในเวทีโลกมากขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่า แอฟริกาใต้กำลังใช้ตำแหน่งนี้เพื่อเสริมบทบาทของตนในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างแอฟริกากับเอเชีย และเป็นเจ้าภาพที่ช่วยผลักดันนโยบายความมั่นคงร่วมของ BRICS ไปอีกขั้น

จีนรัสเซียอิหร่านรวมพลัง ซ้อมรบทางทะเล BRICS

การซ้อมรบที่เกินกว่าการฝึกทางทหาร

แม้ชื่อจะว่าเป็น “การซ้อมรบทางทะเล” แต่เบื้องหลังของภารกิจนี้คือการประสานยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ตั้งแต่ความมั่นคงทางทะเล ไปจนถึงเส้นทางขนส่งพลังงานและการคุ้มครองผลประโยชน์ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย

Advertisement Banner 3

จีนมุ่งหวังเสริมความมั่นคงให้กับเส้นทางเดินเรือในโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ที่เชื่อมโยงท่าเรือทั่วโลก รัสเซียใช้โอกาสนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของตนในฐานะมหาอำนาจที่ยังมีอิทธิพลในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่อิหร่าน ซึ่งเพิ่งฟื้นบทบาทหลังถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร มองการฝึกร่วมนี้เป็นเวทีทางการทูตที่แสดงถึงการยืนหยัดร่วมกับพันธมิตรใหม่ และลดการพึ่งพาโลกตะวันตก

การซ้อมรบในครั้งนี้จึงสะท้อนการประสานผลประโยชน์ของรัฐทั้งสาม ที่ต่างมีแรงผลักดันร่วมกันคือ “ความต้องการพื้นที่ทางอำนาจใหม่ของโลก”

ยุทธศาสตร์ทางทะเลและเส้นทางพลังงาน

ภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก มากกว่า 60% ของการขนส่งน้ำมันโลกผ่านพื้นที่นี้ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่สามารถรักษาเสถียรภาพและอิทธิพลในภูมิภาคนี้ได้ ย่อมมีอำนาจต่อรองในระบบเศรษฐกิจโลก

จีนในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่พยายามสร้าง "ห่วงโซ่ความมั่นคงทางทะเล" ผ่านความร่วมมือกับประเทศชายฝั่ง ขณะที่รัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ มองว่า การเชื่อมโยงท่าเรือและเครือข่ายทหารเรือกับพันธมิตร BRICS จะช่วยลดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ส่วนอิหร่านซึ่งมีจุดยุทธศาสตร์ในอ่าวเปอร์เซีย ก็ต้องการแสดงศักยภาพในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรระดับโลกที่มีอำนาจต่อรอง

ทั้งหมดนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่า “ซ้อมรบจีน รัสเซีย อิหร่าน” ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นหมากสำคัญบนกระดานยุทธศาสตร์โลก

จีนรัสเซียอิหร่านรวมพลัง ซ้อมรบทางทะเล BRICS

มุมมองของตะวันตกและการตอบสนอง

ในสายตาของสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นความท้าทายโดยตรงต่อระเบียบโลกที่พวกเขาเคยกำหนดขึ้น สื่อหลายสำนักในยุโรปตั้งคำถามถึงความหมายเชิงการเมืองของการซ้อมรบนี้ ว่ามันสะท้อนถึงการแตกตัวของขั้วอำนาจหรือไม่

นักยุทธศาสตร์บางคนชี้ว่า การผนึกกำลังระหว่างจีนและรัสเซีย โดยมีอิหร่านเข้าร่วม จะทำให้เกิด “แนวร่วมใหม่” ที่ต่อต้านอิทธิพลของตะวันตกในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายในฐานะตลาดเกิดใหม่และแหล่งทรัพยากรสำคัญ

การขยายอิทธิพลของ BRICS และแนวโน้มอนาคต

หลังจากแอฟริกาใต้จัดการประชุมสุดยอด BRICS เมื่อปีที่ผ่านมา กลุ่มนี้ได้เปิดรับสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้ขอบเขตอิทธิพลขยายไปถึงตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การที่อิหร่านเข้าร่วมในการซ้อมรบครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการขยายวงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในระดับปฏิบัติการ

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ในอนาคต BRICS อาจกลายเป็น “พันธมิตรทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแบบครบวงจร” ที่สามารถแข่งขันกับกลุ่มตะวันตกอย่าง G7 ได้ โดยเฉพาะหากสามารถประสานนโยบายด้านพลังงาน การเงิน และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ

ระเบียบโลกใหม่: เมื่ออำนาจไม่ได้อยู่ที่ฝั่งเดียวอีกต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ การซ้อมรบในแอฟริกาใต้ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างของโลก ระบบการเงินดอลลาร์ถูกท้าทายมากขึ้นจากการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาดกำลังเปลี่ยนเกมเศรษฐกิจโลก และการเผชิญหน้าระหว่างตะวันตกกับกลุ่มประเทศที่เรียกตัวเองว่า “โลกซีกใต้” ก็กำลังเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ

ในบริบทนี้ การรวมพลังของ BRICS และพันธมิตรใหม่อย่างอิหร่าน จึงไม่ใช่เพียงการสร้างพันธมิตรทางการทหารเท่านั้น แต่คือการประกาศให้โลกรู้ว่าระเบียบโลกแบบเก่า — ที่มีขั้วอำนาจเดียว — กำลังถูกท้าทายอย่างเป็นรูปธรรม

ซ้อมรบที่เปลี่ยนความหมายของ “ความมั่นคงโลก”

ในภาพใหญ่ การซ้อมรบของเรือรบจีน รัสเซีย และอิหร่านที่แอฟริกาใต้ อาจดูเป็นเพียงข่าวการทหารหนึ่งข่าว แต่แท้จริงแล้วนี่คือส่วนหนึ่งของปริศนาใหญ่ที่ชื่อว่า “การเปลี่ยนสมดุลอำนาจโลก”

มันแสดงให้เห็นว่าโลกไม่ได้เคลื่อนที่อยู่ภายใต้การนำของขั้วใดขั้วหนึ่งอีกต่อไป แต่กำลังเปิดทางให้เสียงจากซีกโลกใต้มีบทบาทมากขึ้น

สำหรับ BRICS นี่คือบทพิสูจน์ว่ากลุ่มประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียง “เศรษฐกิจเกิดใหม่” วันนี้ได้ก้าวสู่เวทีระดับโลกในฐานะผู้กำหนดทิศทางใหม่ของระเบียบโลก ท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่าย ๆ