ส่อง H-20 เครื่องบินทิ้งระเบิด ล่องหน ยุทธศาสตร์ แห่งอนาคตของจีน

ท่ามกลางการแข่งขันด้านอาวุธยุทธศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 ชื่อของ H-20 เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่นใหม่ของจีน กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “หมัดเด็ด” ทางอากาศที่หลายประเทศจับตามองอย่างใกล้ชิด ด้วยดีไซน์ปีกบินล่องหน พิสัยบินไกลข้ามทวีป และศักยภาพบรรทุกอาวุธทำลายล้างสูง H-20 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบินทิ้งระเบิดธรรมดา แต่กำลังจะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและทั่วโลก

เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน H-20 ของจีนคืออาวุธยุทธศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนสมดุลอำนาจในเอเชียแปซิฟิก ด้วยเทคโนโลยีล่องหนขั้นสูงและพิสัยไกลเกิน 10,000 กิโลเมตร. โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท Xi'an Aircraft Industrial Corporation เพื่อแทนที่ H-6 รุ่นเก่า และคาดว่าจะเข้าประจำการในช่วงปลายทศวรรษ 2020 หรือต้น 2030s

การพัฒนาและสถานะล่าสุด

H-20 เริ่มพัฒนาตั้งแต่ช่วง 2010s โดยใช้การออกแบบปีกบินแบบผสม (flying wing) คล้าย B-2 ของสหรัฐฯ. ในปี 2025 ผู้บัญชาการกองทัพอากาศจีนยืนยันว่าโครงการใกล้เสร็จสิ้น ไม่มีปัญหาเทคนิค และพร้อมผลิตจำนวนมากหลังทดสอบบิน. ล่าสุดในปี 2026 มีรายงานว่าอาจผลิตได้ถึง 100 ลำในทศวรรษหน้า ส่งผลต่อยุทธศาสตร์แปซิฟิก

Advertisement Banner 3
ภาพประกอบบทความ: ส่อง H-20 เครื่องบินทิ้งระเบิด ล่องหน ยุทธศาสตร์ แห่งอนาคตของจีน

สเปกทางเทคนิคหลัก

H-20 มีรัศมีรบประมาณ 5,000 กิโลเมตร สามารถบรรทุกอาวุธ 30-40 ตัน และบินด้วยความเร็วใกล้เสียง (subsonic)

เทคโนโลยีล่องหนมาจากวัสดุดูดซับเรดาร์ ช่องรับอากาศฝัง และปล่องไอเสีย serrated เพื่อหลบเลี่ยงเรดาร์ศัตรู

ความสามารถทางยุทธวิธี

H-20 ออกแบบสำหรับภารกิจโจมตีแม่นยำทั้งนิวเคลียร์และคอนเวนชันแนล สามารถติดขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ลูกระเบิดนำวิถี และขีปนาวุธต่อเรือ. ด้วยระบบเติมน้ำมันกลางอากาศ มันครอบคลุมเป้าหมายในสหรัฐฯ ทะเลจีนใต้ และฐานทัพสหรัฐฯ ในกวม-ญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ. ความสามารถนี้ทำให้ H-20 มีพลังทำลายสูงกว่า H-6K ถึง 5 เท่า

ภาพประกอบบทความ: ส่อง H-20 เครื่องบินทิ้งระเบิด ล่องหน ยุทธศาสตร์ แห่งอนาคตของจีน

ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์

H-20 เสริมแสนยานุภาพจีนในภูมิภาค สร้างความท้าทายให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ และพันธมิตร. มันช่วยเพิ่มอิทธิพลในทะเลจีนใต้และอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะการข่มขู่ฐานทัพศัตรูแบบไม่ถูกตรวจจับ. แม้ยังอยู่ในขั้นทดสอบ แต่การปรากฏตัวของ H-20 บ่งชี้ถึงการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีของจีน