MIT เปิดตัวนวัตกรรม AI รุ่นใหม่ในชื่อ SEAL (Self-Adapting Language Models) ซึ่งเป็นกรอบการทำงานที่ช่วยให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) สามารถเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่สามารถสร้างข้อมูลฝึกสอนขึ้นเองและแก้ไขน้ำหนักของโมเดลผ่านกระบวนการ self-editing ที่เรียนรู้ด้วยการเสริมแรง (reinforcement learning)
แนวคิดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ AI ที่สามารถวิวัฒนาการตัวเองได้จริง โดย SEAL ทำงานผ่านสองวงจรซ้อนกัน: วงจรภายในที่โมเดลปรับน้ำหนักตามคำสั่งแก้ไขที่สร้างขึ้นเอง และวงจรภายนอกที่ประเมินผลลัพธ์และให้รางวัลเพื่อกระตุ้นให้โมเดลสร้างการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
การทดลองกับโมเดล Llama และ Qwen รุ่นเล็ก-กลาง แสดงให้เห็นว่า SEAL ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้แบบ few-shot และการบูรณาการความรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงาน knowledge integration โมเดลที่ใช้ SEAL สามารถปรับปรุงผลลัพธ์ได้ดีกว่าโมเดลพื้นฐาน รวมถึงสามารถแซงหน้าการใช้ข้อมูลที่สร้างโดย GPT-4.1 ภายในสองรอบของการเรียนรู้ซ้ำ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยก็ชี้ถึงข้อจำกัดบางประการ เช่น ปัญหา catastrophic forgetting ที่โมเดลอาจลืมความรู้เก่าเมื่อเรียนรู้ใหม่ รวมถึงความต้องการทรัพยากรคอมพิวเตอร์สูงและความท้าทายในการกำหนดช่วงเวลาการเรียนรู้
บทความที่เกี่ยวข้องและแนะนำ:
- 📂 ในหมวดเดียวกัน: AI AGENTS 2025: DIGITAL CO-WORKERS EMERGE
- 🏷️ เรื่องที่เกี่ยวข้อง (Tag): ค้นหาเส้นทางใหม่ของความสำเร็จ
- ✍️ จากผู้เขียนคนนี้: กรมสรรพากรไทยเตรียมนำระบบ AI มาใช้
- 🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง: การใช้ AI ไม่ควรมีผลกระทบนสมอง
- 🔗 อ่านต่อ: 10 สิ่งเปลี่ยนโลกด้วย Quantum PC
- 🆕 มาใหม่: แจก Prompt สร้างปกอัลบั้มเหมือน BACKNAFT
- 🔥 ยอดนิยม: ไม่เคยเสียใจสักวินาที ที่ได้สร้างกลุ่มนี้ขึ้นมากับเหตุการณ์ลุกล้ำอธิปไตยที่กำลังเกิดขึ้น
ในช่วงเวลาที่ความสนใจใน AI ที่สามารถพัฒนาตัวเองกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว SEAL ถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่าการสร้าง AI ที่เรียนรู้และวิวัฒนาการได้ด้วยตนเองกำลังกลายเป็นความจริง และอาจเป็นรากฐานสำคัญสำหรับ AI เจเนอเรชันถัดไป ,
magazineasp




