เวเนซุเอลาถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งน้ำมัน เพราะมีน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก แต่ความเป็นจริงกลับขมกว่าตัวเลขบนกระดาษมาก หลายสิบปีของการบริหารผิดพลาด การเมืองแทรกแซงบริษัทน้ำมันแห่งชาติ PDVSA การขาดการลงทุน และคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ทำให้การผลิตน้ำมันของประเทศทรุดตัวลงอย่างหนัก จากเคยเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก กลายเป็นผู้ผลิตที่มีกำลังการผลิตต่ำกว่าศักยภาพอย่างมาก ทั้งที่ยังมีทรัพยากรจำนวนมหาศาลฝังอยู่ใต้ดิน น้ำมันของเวเนซุเอลาส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบหนักและมีกำมะถันสูง ซึ่งแม้จะขายได้ราคาต่ำกว่าน้ำมันเบา แต่กลับเหมาะกับโรงกลั่นในสหรัฐฯ หลายแห่งที่ออกแบบระบบมาให้กลั่นน้ำมันประเภทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่แปลกที่ทุกครั้งที่ความสัมพันธ์การเมืองเริ่มผ่อนคลาย ตลาดจะกลับมาพูดถึง “ศักยภาพ” ของน้ำมันเวเนซุเอลาอีกครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้องและแนะนำ:
- ✍️ จากผู้เขียนคนนี้: เทสลาในจีน
- 🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง: นวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่! \'Smart Stretcher\' ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคประสาทพาร์กินสัน
- 🔗 อ่านต่อ: ไทยโต้ฮุนเซน ปมชายแดนไม่มีผลกฎหมายสากล
- 🆕 มาใหม่: เนื้อเพลง นับหนึ่งในคืนหนาว SAYJUNG BACKNAFT AD LOWBAT
- 🔥 ยอดนิยม: กัมพูชาปลุกแบนสินค้าไทย ไทยตอบโต้ปิดด่านชายแดน
อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทน้ำมันจากสหรัฐฯ การมองเวเนซุเอลาเป็นมากกว่าตัวเลขสำรองน้ำมันบนกระดาษถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเบื้องหลังคือความเสี่ยงหลายชั้น ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมจนต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในการฟื้นฟู ไปจนถึงความเสี่ยงทางการเมืองและคว่ำบาตรที่พร้อมเปลี่ยนกติกาได้เสมอ วอชิงตันออกมาตรการคว่ำบาตรเจาะจงต่อภาคน้ำมันและเรือบรรทุกน้ำมันจากเวเนซุเอลา ทำให้การขนส่ง การทำประกัน และการทำธุรกรรมการเงินกับภาคน้ำมันของประเทศนี้เต็มไปด้วยข้อจำกัดและความไม่แน่นอน นักลงทุนจึงต้องคิดเผื่อทั้งกรณีถูกสั่งห้ามซื้อขายกะทันหัน หรือใบอนุญาตถูกเพิกถอนกลางทาง ในบรรดาบริษัทสหรัฐฯ เชฟรอนคือรายใหญ่เพียงรายเดียวที่ยังคงปักหลักดำเนินงานอยู่ในเวเนซุเอลา ภายใต้ใบอนุญาตเฉพาะจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งอนุญาตให้ผลิตและส่งออกจากโครงการเดิมที่ถือร่วมกับ PDVSA ได้ แต่ห้ามขยายการลงทุนหรือเพิ่มผลผลิตอย่างอิสระ รายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ชำระหนี้และค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เงินสดใหม่ที่ไหลเข้ารัฐบาลมาดูโรโดยตรง ทำให้เชฟรอนกลายเป็นตัวอย่าง “ข้อยกเว้น” ที่สะท้อนทั้งโอกาสมหาศาลจากน้ำมันเวเนซุเอลา และกับดักความเสี่ยงเชิงการเมืองที่บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ รายอื่นยังไม่กล้าเดิมพันเต็มตัว